ค้นหา

16 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าอก ใครอยากเสริมหน้าอกควรรู้

อัปเดตเมื่อ 13 ก.ค. 2563

💓สวัสดีค่ะ💓

♥ Aey Surgery มาแล้วค่ะ ♥


"ก่อนจะเสริมหน้าอกต้องรู้อะไรบ้าง

16 คำถามยอดฮิตที่รวบรวมจากคนไข้จำนวนมาก

มาหาคำตอบกับศัลยแพทย์อันดับ 1 ของเรากันค่ะ"

ก่อนจะทำศัลยกรรมหน้าอก คนไข้ควรจะถามตนเองให้แน่ชัด

ว่าเหตุใดจึงอยากทำศัลยกรรมหน้าอก

เพื่อเสริมบุคลิคภาพ เพิ่มความมั่นใจ

เพื่อการทำงานที่ต้องโชว์สรีระ

เพื่อแก้ปัญหาหน้าอก เช่นคุณแม่หลังหย่านมบุตร


คำถามที่ควรทราบก่อนจะทำศัลยกรรมหน้าอก


Q: คุณหมอมีประสบการณ์ด้านการทำศัลยกรรมหน้าอกมากแค่ไหน และเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงหรือไม่ ?

A: ศัลยแพทย์ฮวังดงยอน ผ่านเคสผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกมามากกว่า 3,000 เคส เป็นศัลยแพทย์หน้าอกเฉพาะทางยาวนานมากว่าสิบปี และได้รับรางวัลจากบริษัทผลิตซิลิโคนในการใช้ซิลิโคนมากที่สุดในประเทศเกาหลี


Q: คุณหมอมีความเชี่ยวชาญการทำศัลยกรรมด้านไหนที่สุด ?

A: คุณหมอฮวังดงยอนเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหน้าอก อาทิเช่น เสริมหน้าอก ยกกระชับหน้าอก ลดขนาดหน้าอก ลดขนาดปานนม ลดขนามหัวนม และในเรื่องของศัลยกรรมรูปร่าง อาทิเช่นการดูดไขมัน ตัดหนังหน้าท้อง


Q. การเสริมซิลิโคนนั้นสามารถอยู่ได้กี่ปี ต้องมีการผ่าตัดแก้ไขในอนาคตหรือไม่ ?

A: ก่อนหน้านี้หลายคนคงจะเคยทราบข้อมูลกันมาบ้างแล้วว่า ซิลิโคนเสริมหน้าอกควรเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 10 ปี เนื่องจากซิลิโคนจะเริ่มเสื่อมลงเมื่อมีอายุการใช้งานเกิน 10 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะปัญหารั่วซึมของซิลิโคนอาจพบได้บ่อยที่สุด แต่ทั้งนี้ปัจจุบันถือว่าเปลี่ยนไปแล้วค่ะ เนื่องจากซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกในทุกวันนี้มีมาตรฐานมากขึ้นและมีใบการันตี สามารถมีอายุการใช้งานแบบไม่มีหมดอายุ ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถทิ้งไว้ได้ตลอดชีวิตเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรม การดูแล และกิจวัตรประวันของผู้เสริมหน้าอกในแต่ละรายด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าซิลิโคนจะสามารถอยู่กับเราได้ตลอดชีวิตก็จริง แต่คุณสาว ๆ ก็ควรหมั่นสังเกตหน้าอกของตัวเองอยู่เสมอ หากพบว่ามีความผิดปกติแนะนำให้รีบไปปรึกษาคุณหมอเพื่อแก้ไขทันทีค่ะ หลังจากเสริมไปแล้ว ทุกๆปี ควรตรวจอัลตร้าซาวด์ แมมโมแกรม หรือตรวจอย่างละเอียดด้วยโปรแกรม MRI เพื่อดูความผิดปกติของซิลิโคน


Q: การวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อและเหนือกล้ามเนื้อแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะสมกับเรา?

A: ผลของการผ่าตัดเสริมหน้าอกส่วนหนึ่งขึ้นกับการวางถุงเต้านมไว้บริเวณใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อหน้าอก ด้วย การวางถุงไว้ใต้กล้ามเนื้ออาจวางไว้ใต้กล้ามเนื้อบางส่วนหรือใต้กล้ามเนื้อทั้งหมดโดยทั่วไปอาจแบ่งตำแหน่ง ที่วางถุงซิลิโคนได้ดังนี้

➠ เหนือกล้ามเนื้อ (SUBGLANDULAR PLACEMENT) เป็นการใส่ถุงเต้านมที่ระดับใต้เนื้อเต้านมโดยที่ถุงซิลิโคนวางอยู่เหนือกล้ามเนื้อ การผ่าตัดไม่ยุ่งยากจึงมีผลข้างเคียงน้อยกว่าและหายเร็วกว่าเหมาะสำหรับสาวนักกีฬาหรือสาวที่มีไขมันหรือเนื้อเหยื่อเต้านมเพียงพอจะเป็นกันชนระหว่างผิวเนื้อกับเต้านมเทียมทำให้ได้เต้านมที่สวยงามเป็นธรรมชาติ แต่มีข้อเสียคือ เสี่ยงต่อการเกิดพังพืดได้มากกว่าและยังตรวจแมมโมแกรมได้ยากกว่า การผ่าตัดเหนือกล้ามเนื้อจะทำให้รูปร่างของเต้านมมีรูปทรงหลังผ่าตัดเต้านมเป็นทรงกลม ซึ่งคนไข้บางคนก็จะเป็นลักษณะเต้านมแบบนี้สวยและดูเป็นธรรมชาติ แต่มีโอกาสจะเกิดพังพืดแข็งได้มากกว่า


➠ ใต้กล้ามเนื้อบางส่วน (PARTIALLY SUBMUSCULAR) เป็นการวางถุงเต้านมไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกมัดใหญ่มัดเดียวโดยที่จะมีบางส่วนของถุงไม่ถูกปิดทับด้วยกล้ามเนื้อหน้าอกได้แก่บริเวณด้านล่างและด้านข้างของถุงเต้านมการผ่าตัดอาจทำโดยผ่านแผลหัวนมหรือใต้ราวนมโดยผ่าตัดผ่านกล้ามเนื้อและพังพืดบริเวณส่วนล่างของกล้ามเนื้อเพื่อเข้าไปเปิดช่องว่างใต้กล้ามเนื้อ การเสริมใต้กล้ามเนื้อมักไม่เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเล็กน้อยเพราะกล้ามเนื้อจะช่วยเป็นผนังด้านนอกอีกชั้นหนึ่งก่อนที่จะถึงถุงเต้านมช่วยให้มีโอกาสคลำขอบถุงได้น้อยลงแต่หลังผ่าตัดจะบวมและเจ็บปวดอยู่นานการอยู่ทรงของทรงหน้าอกหลังการผ่าตัดใช้เวลานานกว่าการผ่าตัดเหนือกล้ามเนื้อโดยที่อาจใช้เวลา 2-3 เดือน โดยกล้ามเนื้อหน้าอกจะค่อยๆยืดจนกระทั่งได้ทรงที่ต้องการ


➠ ใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด (Completely Submuscular) การวางตำแหน่งถุงไว้ใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด เป็นการวางถุงเต้านมไว้ใต้กล้ามเนื้อสามมัดคือ ด้านบน และส่วนกลาง วางไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกมัดใหญ่ ด้านข้างของหน้าอกส่วนบนวางใต้กล้ามเนื้อด้านข้างของหน้าอก ส่วนด้านล่างวางไว้ใต้ส่วนบนของกล้ามเนื้อท้อง ดังนั้นถุงเต้านมจะถูกคลุมด้วยกล้ามเนื้อทุกด้าน (Rectus abdomininis และ Serratus anterior) กล้ามเนื้อทั้งสามมัดช่วยทำหน้าที่เป็นเปลที่รับถุงซิลิโคนป้องกันไม่ได้มีการเคลื่อนของถุงลงล่าง การผ่าตัดวางถุงใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด อาจทำได้ทั้งทางปานนม,ราวนม หรือรักแร้แต่การทำผ่าตัดทางรักแร้มีข้อดีที่กล้ามเนื้อส่วนล่างไม่มีการฉีกขาด


Q: เทคนิคการผ่าตัดของ รพ.นานะ มีความพิเศษอย่างไร?

A: คุณหมอของเราใช้การผ่าตัดด้วยเทคนิค endoscopic ใช้กล้องในการช่วยให้ผ่าตัดได้ผลดีขึ้น มีการประเมินโครงสร้างหน้าอกและเต้านมแบบรอบทิศ 360 องศา เพราะผู้หญิงกว่า90% หน้าอกซ้ายขวามีความไม่เท่ากันแต่มักไม่ทราบปัญหานี้ ดังนั้นการประเมินโครงสร้างหน้าอกที่ละเอียดจะช่วยเลือกซิลิโคน และเทคนิคการผ่าตัดที่ดีที่สุด และปรับรูปทรงเต้านมซ้ายขวาให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด


เทคนิคผ่าตัดใต้กล้ามเนื้อแบบ High Dual Plane ทำให้นมทรงสวยเท่ากัน ไม่เป็นลอน ไม่เป็นขอบ ด้านบนสวยเนินอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ เต้านมด้านล่างตึงไม่หย่อนคล้อย ลดปัญหานมเคลื่อนไปมาหลังเสริม ลดปัญหาทรงซิลิโคนนมหล่นต่ำลงหรือไหลออกข้าง และลดการเกิดพังผืด ยืดอายุการใช้งานซิลิโคน รวมทั้งการวัดหน้าอกแบบ3D เพื่อคำนวณซิลิโคนที่เหมาะที่สุดก่อนการเสริมหน้าอก เป็นเทคนิค


และในบางเคสที่ผิวหนังบางเนื้อน้อย คุณหมอจะเสริมซิลิโคนพร้อมเติมไขมัน เพื่อให้ไม่เห็นเป็นลอนซิลิโคนและหน้าอกชิดกันแบบเป็นธรรมชาติมากกว่าการเสริมซิลิโคนเพียงอย่างเดียว เพื่อสัมผัสที่นุ่มเนียนคล้ายเต้านมจริงมาก ไม่เห็นรอยพับซิลิโคนหรือขอบซิลิโคน และที่สำคัญที่สุด การป้องกันการเกิดพังผืดคือการเซาะร่องขนาดโพรงในหน้าอกให้พอดีกับขนาดของซิลิโคนและฆ่าเชื้อซิลิโคนไม่ให้มีเชื้อใดๆเข้าไปได้ระหว่างการผ่าตัด เมื่อลดการเกิดพังผืดได้ เต้านมก็จะนิ่มและเป็นธรรมชาติ


Q: ซิลิโคนยี่ห้อใดที่คนไข้นิยมเลือกใช้บ้าง และด้วยเหตุผลอะไร ?

A: ซิลิโคนในท้องตลาดมีจำนวนมาก แต่ในปัจจุบัน ซิลิโคนที่นิยมที่สุดคือ Motiva และ Bella Gel และด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยของ Motiva ทำให้ Motiva เป็นตัวเลือกที่คนไข้เลือกเป็นอันดับ 1

สาเหตุที่คนไข้เลือก silicone Motiva ด้วยสาเหตุดังนี้Soft & Natural :


Motiva นิ่มมาก ยืดหยุ่นสูง เมื่อเทียบกับซิลิโคนยี่ห้อ Mentor Allergan Silimed Sebbin (จากข้อมูลรายงานทางวิทยาศาสตร์รีโอโลยีของ Establishment Labs)

นอกจากนี้ซิลิโคนMotiva(โมติว่า)มีผิวซิลิโคนเป็นแบบนาโนซึ่งเข้าได้ดีกลมกลืนกับเนื้อเยื่อร่างกายสูงช่วยทำให้เกิดเนื้อเยื่อพังผืดมาเกาะน้อยมากกว่าซิลิโคนชนิดอื่นจึงสัมผัสแล้วนิ่มกว่า ดังนั้นรูปทรงและสัมผัสหลังเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนMotiva(โมติว่า) จึงให้ความนิ่มเหมือนเต้านมธรรมชาติมากที่สุด


➠ ปรับรูปทรงได้ตามการเคลื่อนไหว | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า)เพียงรายเดียวที่มีนวัตกรรม เจลชนิดพิเศษ "สามารถปรับรูปทรงได้ตามการเคลื่อนไหว (Ergonomix)" เวลานอนจะแบนกลม แต่เวลายืนขึ้นจะกลายเป็นทรงคล้ายหยดน้ำ ดังนั้นการเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนMotiva(โมติว่า) จึงทำให้ทรงของเต้านมร่างมีการเคลื่อนไหวตามร่างกายเหมือนเต้านมธรรมชาติมากที่สุด


➠ แผลผ่าตัดเล็กลง | ด้วยความนิ่มและยืดหยุ่นของซิลิโคนMotiva(โมติว่า) ทำให้ผ่าตัดใส่ได้ง่ายจึงทำให้ "แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง" กว่าการเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนชนิดอื่น


➠ ผิวเรียบไม่เป็นคลื่น | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า) ช่วยลดปัญหาผิวเป็นคลื่นหลังทำนม (Rippling)เพราะมีการบรรจุเจลแน่นพิเศษมากกว่าซิลิโคนยี่ห้ออื่น (100%Gel-filled), จากผลการวิจัยของDoran Park Hospital,London,UK ไม่พบเคสที่ผิวเป็นคลื่นหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนMotiva(โมติว่า)


➠ ลดปัญหาการเกิดพังผืดหดรัดซิลิโคน | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า) ปลอดภัยมากกว่า ด้วยนวัตกรรมใหม่ในการผลิตผิวซิลิโคนพิเศษเป็น Nano-Silk Surface ซึ่งลดการมีเชื้อแบคทีเรียมาเกาะ(Biofilm) ลดการอักเสบของร่างกาย ลดการต่อต้านจากร่างกายหลังเสริมหน้าอก ทำให้ไม่ต้องกังวลกับปัญหานมแข็ง นมเป็นพังผืดรัด และยืดอายุการใช้งานซิลิโคนได้นานมากกว่าเมื่อเทียบกับซิลิโคนผิวเรียบหรือผิวทรายแบบเดิมทุกยี่ห้อ (Mentor Allergan Silimed Sebbin ฯลฯ)


➠ ลดการผ่าตัดแก้ไข การผ่าตัดซ้ำ | จากผลการวิจัยในวารสารASJ ปี2017 พบว่าซิลิโคน Motiva (โมติว่า) ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่ทำให้ต้องมาผ่าตัดซ้ำ ผ่าตัดแก้ ได้มากกว่าซิลิโคนยี่ห้ออื่น (เช่นMentor Allergan Silimed) ถึง 11 เท่า จึงเหมาะกับคนที่อยากเสริมหน้าอกอย่างปลอดภัยและอยู่ได้นาน ไม่ต้องมาแก้ไขซ้ำซาก


➠ ปลอดภัยจากการแตกรั่ว | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า) ปลอดภัยจากการแตกรั่ว ด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง(TrueMonoBloc และ BluSeal) ทำให้ลดโอกาสแตกรั่วได้ได้มากกว่า 30 เท่า เทียบกับซิลิโคนยี่ห้ออื่น (Mentor Allergan Silimed)


➠ เจลมีความเกาะตัวสูง | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า)มีเจลข้างในเกาะตัวกันสูง (HIgh Cohesiveness) แม้ซิลิโคนจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนรูปทรงไปมาได้แบบ Ergonomix แต่เจลก็ยังเหนียวเกาะตัวกัน ทำให้ปลอดภัยสูง หากเกิดการแตกรั่วเจลก็จะไม่ไหลกระจายออกมา


➠ ปลอดภัยจากการอักเสบ น้ำเหลืองคั่งและมะเร็งน้ำเหลือง ALCL | ด้วยผิวซิลิโคนแบบนาโนของซิลิโคนMotiva(โมติว่า) ซึ่งถูกวิจัยแล้วว่าร่องขนาดเล็กนาโนที่ผิว มีขนาดพอดีกับเซลล์ร่างกายจึงมีความเข้ากันกับเนื้อเยื่อร่างกายมากที่สุด(Biocompatibility) ไม่เกิดปฏิกริยาต่อต้าน ไม่เกิดภาวะน้ำเหลืองคั่ง หรือ เต้านมบวมอักเสบหลังเสริมหน้าอก ซิลิโคนผิวนาโนจึงดีกว่าซิลิโคนผิวเรียบและผิวทรายแบบเดิม

(นับตั้งแต่เริ่มผลิตใช้ในปี 2010 ยังไม่มีรายงานการเกิด เต้านมบวม น้ำเหลืองคั่ง และ มะเร็งน้ำเหลืองALCLจากซิลิโคนMotiva)


➠ ผ่านการรับรอง อย. FDA | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า)ผ่านการรับรองจาก อย. กว่า 80 ประเทศทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายในยุโรป, เอเชีย (รวม เกาหลี จีน),อเมริกาใต้, ออสเตเรีย และกำลังเก็บข้อมูลขั้นตอนสุดท้ายในการขอรับรองจากUS-FDA สหรัฐอเมริกา


➠ รับประกันการแตกรั่ว | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า) มีการรับประกันการแตกรั่วตลอดอายุการใช้งาน หากเกิดการแตกรั่วบริษัทจะเปลี่ยนซิลิโคนให้ใหม่


➠ รับประกันการเกิดพังผืด | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า)ยังเป็นซิลิโคนรายเดียวที่ให้การรับประกันการเกิดพังผืดนาน 10 ปี และคนไข้ยังสามารถซื้อประกันเพิ่มต่อได้อีกด้วย


➠ ตรวจสอบได้ | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า) ทุกชิ้น ทั้งรุ่นที่มีชิปและไม่มีชิป คนไข้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มา วันที่ผลิต สถานพยาบาล ข้อมูลการผ่าตัดและข้อมูลการรับประกันได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา


➠ เก็บข้อมูล On Line ไม่สูญหาย | ซิลิโคนMotiva(โมติว่า)ให้ความสะดวกเพราะมี Application เฉพาะสำหรับคนไข้ที่เสริมซิลิโคนMotiva จึงไม่ต้องกังวลเรื่องลืมข้อมูลซิลิโคน หรือบัตรรับประกันหาย


➠ ชิปข้อมูล ใช้ได้อย่างปลอดภัย | สำหรับรุ่นมีชิป ซิลิโคนMotiva(โมติว่า)จะช่วยยืนยันข้อมูลซิลิโคนได้แม่นยำมากขึ้น ปลอดภัยสูง และใช้ได้ตลอดไป เพราะชิปQid เป็นเทคโนโลยีRFIDที่ผ่านการรับรองจาก US FDA ว่าสามารถใช้ใส่ในร่างกายได้เช่นเดียวกับเครื่องมือแพทย์อื่นๆ

Q: ห้องผ่าตัดได้รับมาตราฐานหรือไม่ วางยาสลบหรือยานอนหลับ มีวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัดหรือไม่ และโรงพยาบาลได้มาตราฐานหรือไม่ ?

A: รพ.นานะ มีห้องผ่าตัดมาตราฐานสากล 15 ห้องด้วยศัลยแพทย์ 15 ท่าน และวิสัญญีแพทย์ประจำทุกการผ่าตัด มีกล้องวงจรปิดในห้องผ่าตัด มาตราฐานสูงสุดสำหรับห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ด้วยทีมพยาบาลและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานในระดับสูง ในทุกเคสการผ่าตัด เราควบคุมการดมยาโดยวิสัญญีแพทย์ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ด้วยเครื่องดมยาและเครื่องช่วยหายใจที่ทันสมัยได้มาตรฐาน


Q: หลังการทำศัลยกรรมหน้าอกสามารถให้นมลูกได้ไหม หรือมีผลกระทบต่อการให้นมลูกหรือไม่ ?

A: โดยทั่วไปแล้ว การเสริมหน้าอกมักมีการวางซิลิโคน 2 ตำแหน่ง คือ วางใต้กล้ามเนื้อ หรือวางใต้ตัวเนื้อนม แต่ไม่ว่าจะวางซิลิโคนไว้ตรงตำแหน่งไหนก็ไม่มีผลต่อการให้นมลูก เนื่องจากถุงซิลิโคนวางอยู่ด้านใต้เนื้อนมส่วนที่ใช้สร้างน้ำนม ไม่มีผลกระทบต่อการสร้างน้ำนม จึงสามารถให้นมลูกได้ตามปกติ และ การเสริมหน้าอกไม่ได้ทำให้ปริมาณของน้ำนมลดลง หากลูกได้ดูดนมตั้งแต่หลังคลอด ดูดทุก 2 ชั่วโมงหลังคลอดใหม่ ๆ และอมหัวนมจนมิดลานนมอย่างถูกวิธี อย่างไรก็ตาม อาจมีคุณแม่บางราย ที่เสริมเต้านมแล้วอาจรู้สึกชาหัวนมเมื่อลูกดูดนม นอกจากนี้ปฏิกิริยาของระบบประสาทที่กระตุ้นให้น้ำนมไหลพุ่งออกจากหัวนมอาจลดลง จึงทำให้นมไหลน้อยลงได้เหมือนกัน


มีคุณแม่หลายคนที่เป็นกังวลว่า หากผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกแล้วจะให้นมลูกน้อยไม่ได้ หรืออาจจะเป็นอันตรายต่อลูกที่ต้องกินนมแม่ ซึ่งในปัจจุบันนี้อาจไม่ต้องกังวลไปค่ะเพราะในยุคนี้การผ่าตัดเสริมหน้าอกนิยมผ่าตัดใต้รักแร้หรือใต้ราวนม และใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปข้างใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเต้านม ไม่มีการตัดท่อน้ำนมหรือตกแต่งบริเวณหัวนม จึงทำให้ไม่มีผลกระทบต่อการให้นมลูก แต่การเสริมหน้าอกก็อาจมีผลกระทบต่อตัวคุณแม่บ้างเล็กน้อย เช่น คุณแม่จะรู้สึกคัดตึงมากกว่าปกติขณะให้นมลูก ทำให้การให้นมลูกเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น คุณแม่อาจรู้สึกชาบริเวณหัวนมเมื่อลูกดูดนม แต่โดยรวมแล้วการเสริมหน้าอกไม่มีปัญหากับการให้นมบุตรค่ะ


9. จะต้องมีการเตรียมอย่างไรก่อนที่จะทำการผ่าตัดเต้านม ?


Q: คุณหมอจะทำการผ่าตัดที่ไหนบ้าง และแผลผ่าตัดจะอยู่ที่จุดไหนบ้าง และ คุณหมอใช้เทคนิคใดในการเย็บปิดแผล ต้องตัดไหมหรือไม่ ?

A: การเสร