ค้นหา

ฉีดไขมันแบบไหนดี!! เป็นปลาทองไหม!! ฉีดแล้วไหลจริงหรอ!!

อัพเดตเมื่อ: พ.ค. 29

💓สวัสดีค่ะ💓

♥ Aey Surgery มาแล้วค่ะ ♥

เรื่องการฉีดไขมันหน้าเด็กกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลกเลยนะคะ ใครๆก็อยากดูเด็ก อยากหน้ามีมิติสวยดูแบ้ววว กระแสฉีดไขมันหน้าเด็กเลยมาแรง แต่ทว่า มีสาวๆมากมายที่ฉีดมาแล้วหน้าแปลกเป็นปลาทอง หน้าย้อยห้อยลง ฉีดแล้วไม่สวยขึ้น หรือไขมันสลายหมดในเวลาอันรวดเร็ว เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่าการฉีดไขมันเป็นเรื่องง่ายๆ ทำที่ไหนก็ได้ แพทย์คนไหน โรงพยาบาลไหน ก็ทำได้ เลยมักเลือกทำที่ราคาถูก ทำให้หลายคนเสียเงินแล้วเสียใจที่ไม่ได้ดูสวยขึ้นกว่าก่อนฉีดเลย บล็อคนี้เราจะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดเกี่ยวกับการฉีดไขมันกันค่ะ การฉีดไขมันมีกี่แบบ ควรเลือกฉีดแบบไหน ฝีมือแพทย์มีผลอย่างไรกับผลลัพท์ และการฉีดไขมันมีความเสี่ยงอะไรบ้าง ตามมากันเลยค่า↬


1....2....3 แช๊ะ !!!

อะไรหนอรูปนี้ ก็รูปตัวจริงเทียบกับ app หน้าเด็กไงคะ แน่นอนว่าผู้หญิงเกือบทุกคน นิยมถ่ายรูปผ่าน applicaton ฟรุ้งฟริ้ง เพราะอะไรล่ะคะ !! ก็เพราะตัวจริงเรา ไม่สวย ไม่เด้ง ไม่เด็ก แบบที่เราต้องการ แล้วสาวๆอยากให้ตัวจริงสวยเหมือนถ่ายผ่าน app ไหมล่ะ ก็ต้องอยากสิเนอะ ให้คนไม่ผิดหวังเวลาเจอตัวจริง จะได้สวยประทับใจทั้งรูปทั้งตัวจริงนะคะ 😁 วันนี้ นานะมีคำตอบให้ทุกคนค่ะ ว่าเราจะ สวย เด็ก เด้ง เป๊ะปังกันได้ยังไง 😁

ด้านบนคือภาพการสูญเสียไขมันในแต่ละช่วงอายุ สีเหลืองคือปริมาณไขมันบนใบหน้าค่ะ

ใบหน้าของเราเหมาะกับการฉีดไขมันหรือไม่?


1. หน้าตอบดูโทรมเห็นโหนกแก้มชัด 2. ใบหน้าดูแก่กว่าวัย 3. ผิวเหี่ยว หน้าหมอง ดูไม่สดใส 4. หนัาผากแบนบุบ หน้าผากแคบ หรือหน้าผากมีริ้วรอย 5. หน้าแบนไม่มีมิติ โดยเฉพาะช่วงของลูกส้ม 6. ร่องแก้มลึกชัดเจน 7. ตาลึก ตาโหล 8. เห็นมีริ้วรอยบนใบหน้า 9. ขมับบุบชัดเห็นขมับเว้าเข้าไปถ้ามองจากหน้าตรง 10. โครงหน้าเหลี่ยมชัดเจนแค่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมโครงหน้า


ใครมีปัญหาเหล่านี้ลองดูวิธี ฉีดไขมันหน้า Fat Grafting จะเหมาะสมเป็นอย่างมากค่ะ เพราะจะเห็นผลอย่างชัดเจน ปลอดภัยสูงมาก ไม่มีสิ่งแปลกปลอม แล้วยังเสกให้คุณมีหน้าเด็ก เด้ง ดูฉ่ำวาวอ่อนวัยได้อย่างใจค่ะ ฉีดไขมัน และฟิลเลอร์ แตกต่างกันอย่างไร?

จากที่สาวๆทราบกันแล้วนะคะว่าฉีดไขมันนั้นปลอดภัยและได้ผลดีมากกว่าการฉีด filler มากนัก แต่การฉีดไขมันแบ่งออกเป็น 3 วิธีค่ะ ได้แก่ ไขมันธรรมดา ไขมัน prp และ ไขมัน Stemcell แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่าง แล้วเราควรเลือกฉีดแบบไหน ตามมาชมกันเลยค่ะ

การฉีดไขมัน Fat Grafting


คนไข้ส่วนใหญ่จะถามถึงการฉีดไขมันหน้าเด็กค่ะ ซึ่งคือการสกัดไขมันตัวเองออกมาเติมเต็มในส่วนต่างๆ โดยที่แพทย์จะใช้การดูดไขมันแบบ waterjet เพื่อให้ไขมันคงสภาพเซลล์ได้สมบูรณ์เพื่อใช้ในการนำกลับมาฉีดใบหน้า โดยการนำเอาไขมันจากบริเวณร่างกายที่สะสม เช่น ต้นขา หน้าท้อง สะโพก ไปผ่านกระบวนการคัดแยกเซลล์ไขมันที่สมบูรณ์และมีชีวิตที่เหมาะสมสำหรับการนำไปเติมเต็มส่วนต่างๆที่คนไข้ต้องการ ไม่ว่าจะร่องแก้ม ลูกส้ม จมูก หน้าผาก เปลือกตา ขมับ ปาก คาง หรืออื่นๆ รวมถึงยังช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆให้ดูจางลง ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์ มีมิติ เด้ง เด็ก ดูละมุน สดใส และปลอดภัยกว่าการใช้สารเติมเต็มชนิดอื่นมากๆค่ะ ข้อดีของการฉีดไขมันคือสามารถเติมได้ในปริมาณที่เราต้องการ เป็นเซลล์ของตัวเราเอง จึงทำให้ไม่มีการต่อต้าน และ สามารถเติมได้ทุกส่วนของใบหน้า เติมหน้าอก หรือเติมสะโพกก็ได้เช่นกันค่ะ

การฉีดไขมัน ร่วมกับ PRP


หลังจากฉีดไขมันแล้ว แพทย์จะฉีด PRP ทับไขมันที่ฉีดไปค่ะ เทคนิค PRP (Platelet-Rich Plasma) คือการสกัด Growth Factor จาก “เกล็ดเลือด” ซึ่งความมหัศจรรย์ของเกล็ดเลือดเรา สามารถทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยหรือแผลเป็นต่างๆ บนใบหน้าลดเลือนจางลง รูขุมขนและผิวหน้ากระชับเต่งตึงขึ้น ทำให้ใบหน้าคุณดูเด็กอ่อนเยาว์ลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ การนำเกล็ดเลือดของคนไข้ ซึ่งมี Growth Factor ที่มีความเข้มข้นสูงมาผสมรวมกัน แล้วฉีดกลับไปยังบริเวณใบหน้า เพื่อกระตุ้นเซลล์ให้เกิดการเติบโต ช่วยซ่อมแซมผิวที่ได้รับความเสียหาย ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีคอลลาเจน ยืดหยุ่นได้ดีอีกครั้ง จึงทำให้คงสภาพดีกว่าการฉีดไขมันปกติ โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ไปอีกประมาณ 6 เดือน – 1 ปี โดยเซลล์ไขมันที่ฉีดไปจะค่อยๆ เสื่อมสภาพและสลายไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคน และความแข็งแรงของเซลล์ไขมันร่วมด้วย การฉีดไขมันร่วมกับการฉีด PRP จะทำให้เซลล์ไขมันมีชีวิต และมีประสิทธิภาพสูงกว่าการฉีดไขมันแบบปกติ ทำให้การฉีดไขมันร่วมกับการฉีด PRP ให้ผลลัพธ์ที่นานกว่านั่นเอง


การฉีดไขมัน Stem Cells


แพทย์จะสกัด stem cell จากเซลล์ไขมันในระบบปิด และทำการฉีด stemcell พร้อมเซลล์ไขมันสกัดแยกไว้ทั่วใบหน้าในตำแหน่งที่ต้องการ ความสำคัญของ stem cell คือเมื่อเราอายุมากขึ้นผิวหนังจะบางลง เพราะการสร้างคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) น้อยลง ทำให้เส้นเอ็นที่ยึดระหว่างผิวหนังกับพังผืดใบหน้าชั้นลึกหย่อน ไขมันใต้ผิวหนังเริ่มฝ่อและมีจำนวนน้อยลง ทั้งหมดนี้คือสาเหตุของความเหี่ยวย่นบนใบหน้า


ริ่มจากการดูดไขมันของผู้ที่ต้องการฉีดสเต็มเซลล์ประมาณ 100-150 ซีซี จากส่วนของร่างกายที่มีไขมันเยอะที่สุด เช่น หน้าท้อง ก้น ต้นขา จากนั้นจะนำไขมันที่ดูดออกมาไปสู่กระบวนการสกัด และ กระตุ้น stem cell จะมีการแยกไขมันดีและไม่ดีออกจากกัน stem cell ที่ต้องการจะสกัดมาจากไขมันดี นำไขมันดีที่ได้มาผสมกับสารคัดแยกชนิดพิเศษเพื่อทำการคัดแยก stem cell ออกจากเซลล์ไขมัน นำ stem cell ที่ได้จากกระบวนการข้างต้นมากระตุ้น ให้ทำงาน และเพิ่มปริมาณ stem cell ที่เรียกว่า Activated stem cell + Culture stemcell และสุดท้ายนำ stem cell ที่ได้ไปผสมกับไขมันดีที่แยกไว้ตอนแรก เพื่อฉีดกลับเข้าไปที่ใบหน้า ร่องแก้ม รอยย่นบนหน้าผาก ขมับ แก้มที่ตอบๆ รวมไปถึงการเสริมจมูกหรือคาง ก็สามารถทำได้ stem cell ที่ฉีดกลับเข้าไปจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ส่วนไขมันดีจะเข้าไปเพิ่มปริมาณไขมันบนใบหน้าทำให้ช่องว่างระหว่างผิวหนังกับพังผืดใบหน้าชั้นลึกแน่นขึ้น เส้นเอ็นที่ยืดหน้าตึงขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าเต่งตึงมากขึ้น


ประโยชน์จาก Stem Cells Fat Graft


1. ไม่ต้องการต่อต้านของร่างกาย เพราะไขมันเป็นของคนไข้เอง จึงปลอดภัยมากและไม่มีการแพ้ใดๆทั้งสิ้น 2.สามารถปั้นรูปทรงหน้าได้ดีที่สุดเพราะสามารถฉีดได้เกือบทั้งใบหน้าทำให้แก้ไขจุดบพพร่องโดยเฉพาะโครงหน้าที่มีปัญหาให้ดูสวยงามละมุนได้ 3. การฉีดไขมันพร้อม stem cell ทำให้ผลคงอยู่ยาวนาน ไขมันติดทนมีชีวิต ไม่สลายหมด และไม่มีการเปลี่ยนรูปร่าง 4. Stem cell มีประโยชน์หลากหลาย ทำให้เกิดการฟื้นฟูโครงสร้างผิว คอลลาเจน และอีลาสตินด้วยตัวเอง 5. ได้ผิวที่ดีขึ้นดูเด็กลง เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ดูอ่อนเยาว์

บริเวณที่นิยมฉีดไขมัน

การฉีดไขมันให้สำเร็จต้องโฟกัสไปที่ 3 สิ่งสำคัญ


1. ขั้นตอนการดูดไขมัน ใช้เทคการดูดไขมันแบบ water jet ต้องมั่นใจว่าได้ไขมันที่มีคุณภาพดี มีชีวิตและแข็งแรง ยิ่งไขมันคุณภาพดีเท่าไหร่ ก็จะทำให้ผลคงอยู่ยาวนาน ไขมันที่เหมาะสมในการนำมาฉีดคือไขมันคุณภาพดี สเต็มเซลล์สูง แพทย์จะใช้เทคนิคการดูดไขมันแบบ Water Jet แยกไขมันออกจากเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ไม่ทำลายไขมัน และเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้ได้ไขมันคุณภาพดี และฟื้นตัวเร็ว ผิวไม่เป็นคลื่น 2. การคัดแยกสเต็มเซลล์ คือเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำหน้าที่ทดแทนเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ หน้าที่สำคัญคือช่วยในการซ่อมแซมและฟื้นฟูกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์และลดอาการอักเสบ ดังนั้นการฉีด stemcell ร่วมกับการฉีดไขมันเพื่อทำให้ไขมันที่ฉีดเข้าไปสามารถเจริญเจริญเติบโต และกลายเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ถูกดูดซึมหายไป ซึ่ง stemcell ที่ใช้ก็คือ stemcell ที่สกัดได้จากไขมันที่ดูดออกมา ดังนั้นการฉีดไขมัน stemcell จะทำให้ผลคงอยู่ยาวนาน เช่นเดียวกับไขมันที่มีในร่างกายตามธรรมชาติ

**ทีมแพทย์ควรคัดแยก stemcell ในระบบปิดเท่านั้น การแยก stemcell ในระบบปิดคือกระบวนการการแยกเซลล์ไขมัน และการสกัดสเต็มเซลล์ต้องถูกทำในห้องผ่าตัดทันทีที่ดูดไขมันออกมา ไม่มีการเคลื่อนย้าย จะทำให้ได้จำนวน stemcell ที่เยอะ เซลล์ปลอดภัย และเมื่อนำ stemcell มาฉีดทับไขมัน จะทำให้ไขมันอยู่รอด มีชีวิต คงทน ไม่สลายไปจนหมด ไขมันที่ติดทนจะมีชีวิตไม่ต่างกับไขมันส่วนอื่นๆในร่างกายเรา 3. เทคนิคในการฉีดไขมันของแพทย์ ศัลยแพทย์ของ รพ. นานะ ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการฉีดไขมัน ที่สามารถควบคุมการฉีดได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ ฉีดไขมันอนุภาคเล็กที่ทำให้ได้ความแม่นยำทั้งตำแหน่งและปริมาณในการฉีด ทำให้ได้ผลลัพท์ตรงตามที่แพทย์ต้องการ และเมื่อไขมันอยู่รอดก็จะมีชีวิตไม่ต่างกับไขมันส่วนอื่นๆกลายเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย ข้อสำคัญคือการทำให้ไขมันมีอนุภาคขนาดเล็กมาก ยิ่งไขมันมีอนุภาคเล็กมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้การปลูกถ่ายไขมันที่สมบูรณ์และไขมันมีชีวิตรอดสูง และไขมันยิ่งมีขนาดเล็ก จะยิ่งเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสกับเนื้อเยื่อโดยรอบได้มากขึ้น เท่ากับแทรกซึมไปกับเนื้อเยื่อได้มากขึ้น ผลลัพธ์จากการฉีดไขมันจะติดทน ได้รูปทรงสวยงามตามที่แพทย์วางแผนการผ่าตัดไว้ และดูเป็นธรรมชาติ ไม่ช้ำ ไม่เป็นไต และไม่เป็นคลื่น


↬ ขั้นตอนในการปลูกถ่ายไขมัน stemcell มี 5 ขั้นตอน ↫


1. แยกไขมันดีและไม่ดีออกจากกัน สเต็มเซลล์ที่ต้องการจะอยู่ในไขมันดี 2. นำไขมันดีที่ได้มาผสมกับสารคัดแยกชนิดพิเศษเพื่อทำการคัดแยกสเต็มเซลล์ออกจากเซลล์ไขมัน 3. นำสเต็มเซลล์ที่ได้จากกระบวนการข้างต้นมากระตุ้น ให้ทำงาน และเพิ่มปริมาณสเต็มเซลล์ ที่เรียกว่า Activated stem cell + Culture stemcell 4. นำสเต็มเซลล์ที่ได้ไปผสมกับไขมันดีที่แยกไว้ตอนแรก 5. ฉีดกลับเข้าไปที่ใบหน้า ร่องแก้ม รอยย่นบนหน้าผาก ขมับ แก้มที่ตอบๆ รวมไปถึงการเสริมจมูกหรือคาง ก็สามารถทำได้ สเต็มเซลล์ที่ฉีดกลับเข้าไปจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ส่วนไขมันดีจะเข้าไปเพิ่มปริมาณไขมันบนใบหน้าทำให้ช่องว่างระหว่างผิวหนังกับพังผืดใบหน้าชั้นลึกแน่นขึ้น เส้นเอ็นที่ยืดหน้าตึงขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าเต่งตึงมากขึ้น


กระบวนการทำสวย...ด้วยสเต็มเซลล์ ใช้เวลาทั้งดูดออก ฉีดกลับเข้าไปประมาณ 2 ชั่วโมง พักฟื้นอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง

↠ ตัวอย่างการแก้ปัญหาใบหน้าด้วยการฉีดไขมัน ↞


Q:ฉีดไขมันแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องมาฉีดซ้ำหรือไม่? A: ไขมันส่วนนึงจะสลายไป และอีกส่วนที่ฉีดเข้าไปแล้วจะมีชีวิตรอด ขึ้นกับการสกัดไขมันให้ได้เซลล์ที่มีความสมบูรณ์และฝีมือการปลูกถ่ายไขมันของแพทย์เป็นหลัก ถ้าเป็นไขมันธรรมดาคนไข้จะฉีดซ้ำได้ภายในสามเดือน แต่ถ้าเป็นไขมัน stemcell ไม่มีความจำเป็นต้องฉีดซ้ำ เนื่องจากไขมันที่ฉีดจะติดทนมากและเป็นเซลล์ที่มีชีวิตเหมือนกับไขมันส่วนอื่นๆในร่างกายเรานั่นเองค่ะ Q: จะไปดูดไขมันอยู่แล้วให้คุณหมอเติมหน้าเลยได้ไหม? A: สำหรับที่นานะได้ค่ะ เพราะศัลยแพทย์ของเราจะใช้วิธีการดูดไขมันแบบ water jet ซึ่งจะทำให้ได้เซลล์ที่มีชีวิตและสมบูรณ์ที่สุด เหมาะกับการนำไปปลูกถ่ายเซลล์ไขมันค่ะ Q: เจ็บไหม กลัวการผ่าตัด? A: จะเป็นการวางยานอนหลับลึกค่ะ ไม่เจ็บทั้งระหว่างผ่าตัดและตอนฟื้นค่ะ เป็นการผ่าตัดเล็ก สามารถกลับที่พักได้โดยที่ไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลค่ะ Q: มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง? A: ถ้าศัลยแพทย์ไม่เชี่ยวชาญจะทำให้รูปทรงใบหน้าที่ได้ไม่สวย ไขมันสลายอย่างรวดเร็ว เป็นคลื่น เป็นไตค่ะ Q: ถ้าฉีดแล้วไม่ชอบ จะเอาออกได้ไหม? A: เอาออกได้ยากค่ะ เนื่องจากไขมันเป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้นควรจะเลือกทำการผ่าตัด กับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่เชี่ยวญชาญด้านการฉีดไขมันเท่านั้นค่ะ Q: ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเป็นธรรมชาติ? A: ประมาณหนึ่งเดือนหลังผ่าตัด ไขมันที่ฉีดไปจะมีการเซ็ตตัวและจะเห็นทรงหน้าใหม่ที่แท้จริง ไม่เกินสองเดือนใบหน้าจะดูเป็นธรรมชาติค่ะ การยุบบวมแล้วแต่บุคคลด้วยค่ะ Q: ใช้เวลานานแค่ไหนในการผ่าตัด? A: ประมาณ 1-2 ชม.ค่ะ Q: การฉีดไขมันมีกี่แบบ และแบบไหนดีที่สุด? A: มี 3 แบบค่ะ ไขมันธรรมดา ไขมัน prp และไขมัน stemcell ค่ะ แน่นอนว่าไขมัน stemcell นั้นดีที่สุดเพราะนอกจากจะติดทนทานที่สุด แล้วยังช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมผิวด้วยค่ะ Q: ถ้าเราลดน้ำหนัก หรือออกำลังกายหนัก ไขมันจะหายไปไหม? A: แน่นอนค่ะว่าต้องมีหายไปบ้าง ไม่ต่างกับไขมันส่วนอื่นๆในร่างกายเราค่ะ Q: ควรเลือกดูดไขมันจากส่วนไหนมากที่สุด? A: ไขมันจากต้นขาจะเสถียรที่สุดค่ะ ถัดมาจะเป็นหน้าท้อง หรือสะโพกค่ะ Q: หลังฉีดต้องดูแลตัวเองอย่างไร? A: สามารถใช้ชีวิตได้ปรกติ หลีกเลี่ยงการจับหน้าแบบรุนแรง งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ 1 เดือน งดเข้าซาวน่า 1 เดือน นอนหน้าตรง 1 เดือนเพื่อให้ไขมันคงรูปและไม่บุบค่ะ


💓 ฝากติดตามเรื่องราวและสาระดีๆในตอนต่อไปด้วยนะคะ 💓


Aey Surgery ขอบคุณค่ะ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

และปรึกษาผ่านทางไลน์ @Aeysurgery (มี@ด้วยค่ะ) ได้เลยนะคะ


Add LINE คลิ๊กที่ปุ่ม >>


YOUTUBE คลิ๊กที่ปุ่ม >>

LINE: @Aeysugery IG: @aey_surgery FREE 📣พาบิน FREE 📣ตรวจร่างกาย และ ยา FREE 📣คนดูแล FREE 📣อาหาร FREE 📣พาเที่ยว FREE 📣บริการจองตั๋วเครื่องบิน FREE 📣คืน Tax Refund FREE 📣รถรับ-ส่ง FREE 📣ที่พัก FREE 📣ทรีทเม้นต์ลดบวมหลังผ่าตัด

AEY SURGERY Location : Gangnam-gu, Seoul, South Korea Line ID : @Aeysurgery Facebook : https://www.facebook.com/AeyPatrick/ IG : https://www.instagram.com/aey_surgery/ Blog : aeysurgery.blogspot.com Phone number: +66 952826615 (Thai hotline) e-mail : aeysurgery@gmail.com Youtube Channel : https://www.youtube.com/channel/UCLexD8mSRjZ2Vj4DmvNFwHQ


#โรงพยาบาลนานะ #ศัลยกรรมเกาหลี #รีวิวศัลยกรรมเกาหลี #หมอศัลยกรรมเกาหลี

#โรงพยาบาลศัลยกรรมเกาหลี #โครงหน้าเกาหลี #เสริมจมูกเกาหลี #เสริมหน้าอกเกาหลี

ดู 0 ครั้ง
  • Aey Surgery ศัลยกรรมเกาหลี
  • Aey Surgery ศัลยกรรมเกาหลี

LINE ID: @AEYSURGERY 
TELEPHONE | 0952826615