top of page

เจาะลึกเทคนิค ตาสองชั้นเย็บจุด แบบไม่กรีด ของโรงพยาบาลนานะ

  • 11 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที


“อยากมีตาสองชั้น แต่ไม่อยากกรีดตา” เป็นหนึ่งในคำถามที่คนสนใจศัลยกรรมตาสงสัยกันมาก

ด้วยเหตุนี้ การทำตาสองชั้นแบบเย็บจุด หรือที่หลายคนเรียกว่า “ตาสองชั้นแบบไม่กรีด”

จึงเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะคนที่ต้องการชั้นตาที่ดูเป็นธรรมชาติ

และอยากให้ช่วงพักฟื้นสั้นกว่าการผ่าตัดแบบกรีดในบางกรณี

แต่คำถามสำคัญคือ...เย็บจุดแล้วจะได้ชั้นตาสวยทุกคนไหม?

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการของเทคนิค ไปจนถึงการเลือกว่าชั้นตาแบบเย็บจุดเหมาะกับใคร เพื่อให้ตัดสินใจได้จาก “สภาพตาจริง” มากกว่าการดูเพียงรูป Before–After กันค่ะ




ชั้นตาแบบเย็บจุด คืออะไร?


ชั้นตาแบบเย็บจุด คือเทคนิคการสร้างชั้นพับของเปลือกตาด้วยการใช้ไหมเย็บบริเวณเปลือกตา

เพื่อสร้างจุดยึดระหว่างเนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตากับโครงสร้างที่อยู่ลึกลงไป

ทำให้เกิดเป็นแนวพับของเปลือกตาเมื่อเปิดตา

จุดสำคัญคือ เทคนิคนี้ ไม่ได้หมายความว่าแค่ใช้ไหมเย็บผิวหนังให้เป็นรอยพับเท่านั้น

การสร้างชั้นตาที่ดูเป็นธรรมชาติจำเป็นต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น

  1. ความหนาของเปลือกตา

  2. ปริมาณไขมันบริเวณเปลือกตาบน

  3. ความยืดหยุ่นของผิวหนัง

  4. ความแข็งแรงของโครงสร้างเปลือกตา

  5. ตาเดิมมีชั้นตาหรือไม่

  6. ความสูงและรูปทรงของชั้นตาที่ต้องการ

  7. ลักษณะกล้ามเนื้อเปิดตา

  8. ภาวะหนังตาตกหรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

  9. ความสมดุลระหว่างตาซ้ายและขวา

ดังนั้น “เย็บจุด” จึงเป็นเพียง เทคนิคหนึ่งในการสร้างชั้นตา ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่เหมาะกับทุกคน






วิธีการเย็บตาสองชั้นของนานะ

ต่างจากวิธีการเย็บแบบทั่วไป โดยจะใช้การเย็บด้าย 2 รอบ แบบ Dual Lock

เพื่อให้ได้ไลน์ที่แน่นเส้นตาชัดตั้งแต่หัวจรดปลาย.


  1. ออกแบบลายเส้นตามความต้องการส่วนบุคคล


  2. เจาะรูอย่างต่ำ 5-7รู ตามการออกแบบของแพทย์


  3. จะดึงกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง และเอาเยื่อบางส่วนออกผ่านรูที่เจาะ เพื่อทำให้เกิดการยึดเกาะตามธรรมชาติ


  4. ทำเส้นตาสองชั้นโดยการผ่านเส้นด้าย ที่เย็บยึดระหว่างผิวหนังและเยื่อตาของตาสองชั้น เพื่อให้เกิดไลน์ตาชัดเจน


  5. จะได้ตาสองชั้นที่แลดูธรรมชาติ และเส้นชัดเจน



ชั้นตาแบบเย็บจุด ต่างจาก แบบกรีด อย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีสร้างชั้นตาและการจัดการกับเนื้อเยื่อ


ตาสองชั้นแบบเย็บจุด

  • โดยทั่วไปเป็นเทคนิคที่ใช้ไหมสร้างจุดยึดเพื่อให้เกิดแนวพับ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผลยาวตลอดแนวชั้นตา

  • จึงมักมีข้อดีเรื่องแผลที่เล็กกว่า และการพักฟื้นในช่วงแรกอาจสั้นกว่าในผู้ที่เหมาะสม

    แต่ข้อจำกัดคือ ไม่ได้เหมาะกับทุกโครงสร้างตา

  • โดยเฉพาะคนที่มีหนังตาส่วนเกินมาก ไขมันเปลือกตาจำนวนมาก หรือมีปัญหาโครงสร้างอื่นร่วมด้วย อาจต้องใช้เทคนิคที่สามารถจัดการเนื้อเยื่อเหล่านั้นได้มากกว่า


ตาสองชั้นแบบกรีด

  • เป็นการเปิดแผลตามแนวชั้นตาที่ออกแบบไว้ และสามารถจัดการเนื้อเยื่อบางส่วน เช่น ผิวหนังหรือไขมันส่วนเกิน ตามความเหมาะสมของแต่ละเคส

  • มีความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่าในบางกรณี

    แต่ก็แลกมาด้วยแผลผ่าตัดที่มากกว่า และช่วงพักฟื้นที่อาจนานกว่า


ดังนั้นจึงไม่มีเทคนิคไหนที่ “ดีกว่าเสมอ”

คำถามที่ควรถามคือ“โครงสร้างตาของเราเหมาะกับเทคนิคไหนมากที่สุดนั้นเองค่ะ?”





ใครเหมาะกับการทำชั้นตาแบบเย็บจุด?


โดยทั่วไป เทคนิคนี้อาจเหมาะกับคนที่มีลักษณะประมาณนี้

✓ หนังตาไม่หนาหรือหย่อนมาก

หากมีหนังตาส่วนเกินไม่มาก การเย็บสร้างแนวพับอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม


✓ ไขมันเปลือกตาไม่มากเกินไป

หากเปลือกตามีไขมันมากจนทำให้ดูบวมหนา การเย็บอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาหลักได้


✓ ต้องการชั้นตาที่ดูไม่หนาหรือไม่ชัดจนเกินไป

คนที่ต้องการลุคธรรมชาติ อาจสามารถออกแบบชั้นตาให้เข้ากับโครงสร้างเดิมได้


✓ ต้องการพักฟื้นช่วงแรกให้กระชับขึ้น

การมีแผลขนาดเล็กในบางเทคนิคอาจทำให้ช่วงพักฟื้นสั้นกว่าการผ่าตัดแบบกรีด

แต่ระยะเวลาจริง แตกต่างกันในแต่ละบุคคล


✓ ไม่มีปัญหาโครงสร้างตาที่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดรูปแบบอื่น

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจประเมินก่อนทำจึงสำคัญมาก


แล้วใครอาจ “ไม่เหมาะ” กับการเย็บจุด?


นี่เป็นส่วนที่หลายคนมองข้าม

เพราะบางครั้งคนไข้เห็นว่าเย็บจุดมีแผลเล็กและพักฟื้นเร็ว จึงอยากเลือกวิธีนี้โดยอัตโนมัติ

แต่ถ้าปัญหาหลักของตาไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีชั้นตา” อย่างเดียว

การเย็บจุดอาจไม่ใช่คำตอบ ตัวอย่างเช่น

1. หนังตาส่วนเกินค่อนข้างมาก

หากหนังตาหย่อนลงมาบดบังชั้นตา การสร้างพับใหม่เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาหนังตาส่วนเกินได้อย่างตรงจุด


2. เปลือกตาหนาและมีไขมันมาก

หากมีเนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตามาก การเย็บสร้างชั้นตาอาจทำให้เกิดลักษณะชั้นตาหนา บวม หรือพับไม่เป็นธรรมชาติได้ในบางราย


3. มีปัญหากล้ามเนื้อเปิดตา

บางคนคิดว่าตาตกเพราะไม่มีชั้นตา แต่จริง ๆ อาจมีภาวะหนังตาตกหรือกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตา กรณีนี้ต้องประเมินสาเหตุให้ชัดเจนก่อน ไม่ควรแก้ด้วยการสร้างชั้นตาเพียงอย่างเดียว


4. ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างตาหลายอย่างพร้อมกัน

หากต้องการแก้หนังตา ไขมัน กล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างอื่นร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาเทคนิคที่เหมาะสมกว่า



ชั้นตาแบบเย็บจุดเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการสร้างตาสองชั้น โดยมีจุดเด่นเรื่องแผลที่เล็ก

ในหลายเทคนิค และอาจมีช่วงพักฟื้นช่วงแรกที่กระชับกว่าการผ่าตัดแบบกรีด

ในคนที่เหมาะสมแต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับการเย็บจุด

หากมีหนังตาส่วนเกินมาก ไขมันเยอะ เปลือกตาหนา หรือมีปัญหาโครงสร้างตาอื่นร่วมด้วย

แพทย์อาจพิจารณาวิธีอื่นหรือใช้เทคนิคผสมเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากกว่าค่ะ



"ไม่เริ่มจากเสิ่งที่กำลังเป็นกระแส

โอกาสที่จะได้ชั้นตาที่เข้ากับใบหน้าและดูเป็นธรรมชาติก็จะมากขึ้น"




FAQ 5 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับชั้นตาแบบเย็บจุด


1. ชั้นตาแบบเย็บจุดอยู่ถาวรไหม?

ไม่ควรรับประกันว่าอยู่ถาวร 100% เพราะความคงทนแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับเทคนิค โครงสร้างเปลือกตา คุณภาพเนื้อเยื่อ อายุ และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในอนาคต บางคนคงชั้นตาได้นานหลายปี ขณะที่บางคนอาจพบว่าชั้นตาจางหรือเปลี่ยนแปลงเร็วกว่านั้น


2. คนตาหนา ไขมันเยอะ ทำเย็บจุดได้ไหม?

อาจทำได้ในบางกรณี แต่ต้องประเมินเป็นรายบุคคล หากมีไขมันหรือเนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตามาก การเย็บสร้างชั้นตาเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด แพทย์อาจพิจารณาเทคนิคอื่นหรือการจัดการเนื้อเยื่อร่วมด้วย


3. เย็บจุดกับกรีดตา แบบไหนสวยกว่ากัน?

ไม่มีวิธีไหนสวยกว่ากันสำหรับทุกคน เพราะแต่ละเทคนิคเหมาะกับโครงสร้างตาต่างกัน คนที่มีปัญหาหนังตาหรือไขมันมากอาจเหมาะกับการผ่าตัดที่สามารถจัดการเนื้อเยื่อได้มากกว่า ขณะที่คนที่มีโครงสร้างเหมาะสมอาจเลือกเทคนิคเย็บได้


4. หลังทำตาแล้วชั้นตาสูงหรือไม่เท่ากัน ต้องแก้ทันทีไหม?

ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปในช่วงแรก เพราะอาการบวมหลังทำสามารถทำให้ชั้นตาดูสูงหรือต่างกันชั่วคราวได้ ควรติดตามผลตามนัดและให้เวลาการบวมลดลงก่อน อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ เลือดออกมาก หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรติดต่อแพทย์ทันที


5. อยากได้ตาสองชั้นแบบธรรมชาติ ต้องเลือกชั้นตาแบบไหน?

คำว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้หมายถึงต้องเลือกชั้นตาเล็กที่สุด แต่หมายถึงชั้นตาที่เข้ากับโครงสร้างตาและสัดส่วนใบหน้า การเลือกความสูง รูปทรง และตำแหน่งชั้นตาจึงควรพิจารณาเป็นรายบุคคล การนำรูป Reference ไปปรึกษาแพทย์สามารถช่วยสื่อสารความต้องการได้ แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถทำให้เหมือนต้นแบบได้ทั้งหมด




รวมรีวิว







รวมคลิปเกี่ยวกับการศัลยกรรมตา

















สำหรับใครที่สนใจอยากเข้ามาทำศัลยกรรมหรืออยากจะลองปรึกษากับคุณหมอ

หรืออยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


ทางเรามีบริการล่ามพร้อม เครื่องมือครบครัน

พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รับรองว่าปลอดภัย 100%คลิกที่ไอคอนได้ล่างได้เลย!!




Instagram


Line


Facebook


Youtube Channel



Blog : aeysurgery.blogspot.com


Phone number: +66 952826615 (Thai hotline)


e-mail : aeysurgery@gmail.com



 
 
 

ความคิดเห็น


  • Aey Surgery ศัลยกรรมเกาหลี
  • Aey Surgery ศัลยกรรมเกาหลี
  • Aey Surgery ศัลยกรรมเกาหลี

LINE ID: @AEYSURGERY 
TELEPHONE | 0952826615

bottom of page